สรุปแบบเข้าใจง่าย! วิธีจัดการ WordPress Hosting แบบละเอียดฉบับมือใหม่

หากคุณเริ่มต้นมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เกิดการตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็น โฮสติ้งคืออะไร โฮสติ้งแบบไหนเป็นทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับคุณ แถมยังอดสงสัยไม่ได้ว่า WordPress.com เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับความต้องการของคุณหรือไม่

ในบทความนี้จะพาทุกคนไปเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเว็บไซต์อย่างเจาะลึกยิ่งขึ้น คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการโฮสติ้งของ WordPress ว่าแตกต่างจากโฮสติ้งประเภทอื่นอย่างไร รวมทั้งการจัดการโฮสติ้งของ WordPress ด้วยตนเองแบบละเอียด ครอบคลุมเข้าใจง่ายฉบับมือใหม่

WordPress Hosting ที่มีการจัดการอย่างไร?

ระบบการทำงานของเว็บไซต์มีขั้นตอนที่จำเป็นต้องรู้อีกมากมาย ซึ่งหน้าเว็บจะมีฟีเจอร์หลายส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน เช่น การสำรองข้อมูลและระบบรักษาความปลอดภัย การเพิ่มประสิทธิภาพความเร็ว รวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์ของ WordPress ซึ่งทำงานร่วมกับฟังค์ชั่นอื่นๆที่เกี่ยวข้องกัน

การจัดการโฮสติ้ง WordPress จะต้องใช้เวลาเยอะและดูแลในหลายๆพาร์ท สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณควรโฟกัสที่เนื้อหาเว็บไซต์ การตลาดบนเว็บไซต์ของคุณและต้องทำให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากขึ้น

ประโยชน์ของการจัดการ WordPress Hosting

หากเลือกใช้ Hosting ของผู้ให้บริการโฮสติ้งโดยเฉพาะในแพลตฟอร์มเฉพาะแบรนด์ต่างๆ ล้วนมีข้อดีหลายประการ เช่น ความเร็วของเว็บและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ได้

เมื่อคุณมีเว็บไซต์ WordPress เป็นของตัวเอง โดยตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์เกือบทุกเซิร์ฟเวอร์ ด้วยโฮสต์ที่มีการจัดการ คุณจะได้รับฟีเจอร์สำหรับการใช้งานบนแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ ช่วยเสริมให้เว็บไซต์ดาวน์โหลดเร็วขึ้น ซึ่งเรื่องนี้สำคัญอย่างมากต่อประสบการณ์ของผู้ใช้และการทำ SEO นอกจากนี้ โฮสติ้ง WordPress ที่มีระบบจัดการหลังบ้านจะมีที่ดีกว่าโฮสติ้งประเภทอื่น ๆ

เนื่องจากผู้ให้บริการโฮสติ้ง  WordPress เน้นเฉพาะการทำงานกับเซิร์ฟเวอร์ระบบเดียว คุณจึงได้รับการช่วยเหลือที่ดียิ่งขึ้น โดยจะมีทีมงาน Support จะมีต้องมีความชำนาญที่หลากหลาย เพราะพวกเขาให้บริการลูกค้าที่มีความต้องการที่แตกต่างกันมาก ดังนั้น ทีมงาน Support จึงต้องมีความรู้เรื่องซอฟต์แวร์ของเว็บไซต์โดยตรง ซึ่งสามารถจะให้ความช่วยเหลือและแก้ไขระบบ  Hosting ได้ตรงจุด

สุดท้าย โฮสติ้ง WordPress ที่มีตัวจัดการสำเร็จรูป มักมาพร้อมกับประโยชน์เพิ่มเติม เช่น แผ่นแดชบอร์ดโฮสติ้งที่กำหนดเอง , ความสามารถในการตั้งค่าไซต์การจัดฉากได้อย่างง่ายดาย หรือใบรับรอง SSL ฟรี

โดยสรุปแล้ว หากใช้โฮสติ้งของ WordPress  คุณจะได้รับประโยชน์จากการบริการแบบเฉพาะเพื่อช่วยให้เว็บไซต์ที่ใช้ WordPress มีประสิทธิภาพดีขึ้น เหมือนกับมีผู้ดูแลระบบอยู่เคียงข้างคุณตลอดเวลา

คุณจะเลือกโฮสติ้งเว็บไซต์ประเภทอื่นๆได้อย่างไร

ก่อนตัดสินใจว่าการจัดการโฮสติ้ง WordPress เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด หลายคนอาจจะอยากรู้ว่าตัวเลือกอื่น ๆ เผื่อเอาไว้เปรียบเทียบคุณภาพ โฮสติ้งหลักที่นิยมใช้กัน จะมีลักษณะเช่นเดียวกับ VPS และ Cloud

โฮสติ้งที่ใช้ร่วมกัน

โฮสติ้งประเภทนี้จะได้รับชื่อเวลาที่คุณตั้งค่า โดยการแชร์โฮสติ้ง ไซต์ของคุณจะอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่มีเว็บไซต์อื่น ๆ หลายเว็บไซต์ (ประมาณหลายร้อยเว็บไซต์) ซึ่งเว็บทั้งหมดจะใช้ทรัพยากรเดียวกันในการทำงาน เช่น RAM และพลังประมวลผล เป็นต้น

โฮสติ้งที่ใช้ร่วมกันจะมีราคาถูก โดยสามารถใช้งานร่วมกับเว็บไซต์อื่นของลูกค้าได้จำนวนมาก ในแง่หนึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้ ดังนั้น ผู้ให้บริการที่แชร์โฮสติ้งร่วมกันไม่ต้องคิดค่าบริการลูกค้ามากนัก อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าโฮสติ้งร่วมกัน ยังมีข้อเสียที่ต้องระวัง เนื่องจากทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ถูกแบ่งออกระหว่างหลายฝ่าย ทำให้บางครั้งมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ถ้าไซต์หนึ่งมียอดคลิกชมจำนวนมาก และใช้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์ ส่วนที่เหลือก็จะใช้การไม่ได้

ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ หน้าเว็บจะใช้เวลาโหลดช้า, ไซต์เสีย, และประสิทธิภาพโดยรวมที่ไม่ดี ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีที่ดีที่จะให้บริการเว็บไซต์เท่าที่ควร

ข้อเสียคือ เซิรฟ์เวอร์แบบนี้มักจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย ถ้าเว็บไซต์หนึ่งถูกแฮ็กและมีผู้บุกรุกเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ จะทำให้เว็บไซต์อื่นๆบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกันเสี่ยงตามไปด้วย สุดท้าย การเลือกโฮสติ้งที่แชร์ร่วมกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งานและความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงไม่มีเซิร์ฟเวอร์ไหนที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ทุกประเภท

โฮสติ้งเดียวต่อเว็บไซต์

โฮสติ้งเดียวเฉพาะเว็บไซต์ เป็นรูปแบบโฮสติ้งที่ไม่ต้องแบ่งพื้นที่กับเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องเจอปัญหาเซิร์ฟเวอร์เสียหาย นอกจากนี้ การเป็นเจ้าของเซิร์ฟเวอร์เดียว จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ได้มาก และคุณยังสามารถเลือกทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แต่งหน้าได้บ่อยๆ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถปรับเซิร์ฟเวอร์ให้เหมาะสมที่สุด เพื่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี

แต่เซิร์ฟเวอร์นี้มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน ตรงที่การทำงานเซิร์ฟเวอร์เฉพาะจะมีราคาที่สูง แถมผู้ใช้งานต้องอาศัยความรู้ในการใช้งานขั้นสูง เพราะเซิร์ฟเวอร์แบบนี้คุณต้องตั้งค่าเอง อย่างไรก็ดี เซิร์ฟเวอร์แบบนี้ จะมีทีม Support ที่คอยให้การบริการช่วยเหลือดูแลและบำรุงรักษาอยู่ ซึ่งคุณต้องซื้อบริการเพิ่มเติม

โฮสติ้งเซิร์ฟเวอร์เสมือน (Virtual Private Server – VPS)

โฮสติ้ง VPS อยู่ตรงกลางระหว่างโฮสติ้งที่ใช้ร่วมกันและโอสติ้งที่ใช้เฉพาะเว็บไซต์ ซึ่งคุณสามารถแชร์เซิร์ฟเวอร์กับเว็บไซต์อื่นๆได้ แต่แชร์ได้น้อยกว่า โดยเซิร์ฟเวอร์แต่ละแบบจะทำงานบนเซิร์ฟเวอร์เสมือน

สำหรับโฮสติ้ง VPS จะมีพื้นที่ของแต่ละไซต์ไว้ให้ ทำให้เมื่อหน้าเว็บไซต์อื่นๆมีปัญหาบนเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน จะไม่กระทบกับเว็บหลัก หากใช้งานโฮสติ้ง VPS จะสามารถควบคุมสิ่งที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ได้มากขึ้น ทำให้คุณมีอิสระมากขึ้นในการกำหนดว่าจะติดตั้งซอฟต์แวร์ตัวไหน ภาษาโปรแกรมอะไร อย่างไรก็ดี ข้อเสียของโฮสติ้งประเภทนี้ ค่อนข้างเหมือนกับเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เฉพาะเว็บไซต์ ตรงที่คุณจำเป็นต้องมีความรู้ทางเทคนิคที่จะแก้ไขระบบเวลาเจอปัญหา หากคุณไม่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ แนะนำให้ซื้อบริการทีม Support เพิ่มเติม

Cloud Hosting

Could Hosting เป็นโฮสติ้งที่สามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ทั้งหมด แทนที่จะใช้แค่เซิร์ฟเวอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ไม่จำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน โดยที่คุณไม่ต้องกังวลว่าระบบจะล่มและเวลาหยุดทำงาน นอกจากนี้ ประโยชน์หลักของ Cloud Hosting คือ คุณยังสามารถปรับการใช้พื้นที่ได้ตามที่คุณต้องการ วิธีนี้จะช่วยจัดการเวลามีคนเข้าออกหน้าเว็บเยอะได้เป็นอย่างดี ทำให้เว็บไซต์ไม่สะดุด

ข้อเสียของโฮสติ้งนี้จะอยู่ตรงที่ เวลาตั้งค่า Could ตัวเลือกการปรับแต่งยังมีจำกัดอยู่ ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผู้ให้บริการ Hosting นำเสนอให้เลือก นอกจากนี้ โฮสติ้งประเภทนี้ อาจเสี่ยงต่อการหยุดทำงานได้ ถ้าเกิดมีปัญหาในการเชื่อมต่อ เพราะว่า Cloud Hosting เป็นระบบที่อาศัยความชำนาญระดับสูง ดังนั้น หากคุณใช้งานพื้นที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่จำเป็นได้

ใช้โอสติ้งของ WordPress.com vs. เป็นเจ้าของโฮสติ้งเอง (Self-hosted)  แบบไหนดีกว่ากัน

หลายคนมักจะเข้าใจว่า WordPress.com มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่จำกัด ไม่เหมือนกับการสร้างเว็บไซต์ หากคุณใช้โอสติ้งที่หามาเอง แนะนำให้คุณลองทำความเข้าใจเรื่องนี้ใหม่อีกครั้ง เพราะนี่เป็นเรื่องที่คุณเข้าในผิดได้อยู่เหมือนกัน

ทำเว็บด้วยตัวเอง vs จ้างทำเว็บสำเร็จรูป แตกต่างกันอย่างไร

ไซต์ของ WordPress และเว็บไซต์ที่อาศัยอยู่บน WordPress.com มีพื้นฐานอยู่บนซอฟต์แวร์เดียวกัน ดังนั้น WordPress จึงเป็นระบบจัดการเนื้อหาแบบ Open Source (CMS) ที่สร้างขึ้นโดยชุมชนออนไลน์ขนาดใหญ่เพื่อช่วยเหลือทุกคนในการสร้างเว็บไซต์ของตนเอง และสามารถดาวน์โหลดได้ที่ WordPress.org

ความแตกต่างหลักระหว่าง เป็นเจ้าของโฮสติ้งเอง (Self-hosted) และเว็บไซต์ที่อาศัยอยู่บน WordPress.com คือ ประเภทของโฮสติ้ง “Self-hosted” หมายถึงเมื่อมีคนดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จาก WordPress.org และติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการโฮสติ้งได้โดยตรง ซึ่งคุณต้องสร้างฐานข้อมูลและข้อมูลประจำตัว อัพโหลดไฟล์ WordPress ไปยังเซิร์ฟเวอร์ผ่านทาง FTP โดยติดตั้งระบบผ่าน WordPress (แม้ว่าปัจจุบันผู้ให้บริการหลายราย จะนำเสนอการติดตั้งแบบคลิกเดียวอัตโนมัติ)

เมื่อติดตั้ง WordPress แล้ว คุณจะต้องจัดการเรื่องเว็บไซต์ในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ความปลอดภัย ความเร็ว การสำรองข้อมูล การจัดการฐานข้อมูล การป้องกันสแปม และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อคุณสมัคร WordPress.com คุณก็จะได้เว็บไซต์ที่สร้างด้วย WordPress

อย่างไรก็ตาม โฮสติ้งที่คุณจะได้รับจะต่างจากแบบ Self-hosted คุณไม่สามารถตั้งค่าระบบได้ ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับโฮสติ้งได้รับการดูแลโดยทีมงาน สิ่งที่คุณต้องดูแลเป็นพิเศษจะเป็นเรื่องของไซต์เป็นหลัก 

WordPress.com กับ vs WordPress.org เลือกแบบไหนดีกว่ากัน

การเป็นเจ้าของโฮสติ้ง  (Self-hosted) บน WordPress คุณจะต้องมีพื้นที่เป็นของตัวเอง เพราะต้องดูแลรักษาระบบต่างๆเวลาใช้งาน ขณะที่ตัวโอสติ้งที่อยู่บน WordPress.com จะเป็นโอสติ้งสำเร็จรูปที่คุณไม่ต้องตั้งค่าระบบ เพียงแต่ต้องจ้างทีมงาน Support คอยจัดการเรื่องโอสติ้งหลังบ้านใหม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนว่าจะพิจารณาอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ระหว่าง WordPress.com กับ vs WordPress.org

WordPress.com เป็นตัวเลือกโฮสติ้งที่มีการจัดการที่ดี จริงไหม

หลังจากเรียนรู้กันไปแล้วว่า WordPress hosting คืออะไรแล้ว เรามาคุยกันว่าทำไมคุณควรพิจารณา WordPress.com เป็นโฮสติ้งที่ดีที่สุดสำหรับคุณตอนนี้

1. ปรับแต่งความเร็วเว็บไซต์ได้ตามความเหมาะสม

ดังที่กล่าวมาแล้ว ความเร็วของเว็บไซต์เป็นปัจจัยความสำเร็จอย่างมากในการงาน เพราะกลุ่มเป้าหมายที่มีความอดทนน้อย จะออกจากเว็บไซต์อย่างรวดเร็วถ้าเว็บใช้ระยะเวลาโหลดนานเกินไป  ดังนั้น เสิร์ชเอนจิ้นจึงให้ความสำคัญกับความเร็วของไซต์เป็นอันดับแรกๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ WordPress.com จัดเตรียมการตั้งค่าที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าไซต์ของคุณโหลดได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้:

  • หน่วยความจำหลายชั้น (Multiple caching layers)
  • เครือข่ายการจัดส่งเนื้อหาในตัว (Content Delivery Network – CDN) เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับไฟล์ไซต์จากเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้พวกเขา
  • ธีมเว็บไซต์ที่ปรับให้เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพการทำงาน
  • สำหรับแผนที่เปิดใช้งานปลั๊กอิน ควรเลือกปลั๊กอินปรับความเร็วให้เหมาะสม เช่น Page Optimize และ Jetpack CDN

ปัจจัยทั้งหมดข้างต้นมีส่วนทำให้ WordPress.com ได้รับตำแหน่งโฮสติ้งที่เร็วที่สุดในปี 2022 เราสามารถทำเช่นเดียวกันกับคุณ

2. ความรักษาปลอดภัยของไซต์

ความปลอดภัยเป็นอีกประเด็นใหญ่สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ เรื่องนี้จะสำคัญก็ต่อเมื่อคุณพบว่าเว็บไซต์ของคุณโดนแฮ๊กเข้าแล้ว นี่คือสิ่งที่เราทำเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณปลอดภัย

  • เข้ารหัสการรับส่งข้อมูลเว็บไซต์ทั้งหมดผ่าน SSL โดยค่าเริ่มต้น
  • รักษาซอฟต์แวร์ที่คอยปกป้องไซต์เวลารับส่งข้อมูลที่เป็นอันตรายและช่วยลดการโจมตี DDoS
  • เสนอการสำรองข้อมูลอัตโนมัติและการกู้คืน
  • ติดตามการเข้าชมเว็บไซต์และตรวจพบความพยายามที่ไม่ได้รับอนุญาตในการเข้าถึงบัญชี WordPress.com

ในขณะเดียวกัน คุณต้องตระหนักว่าความปลอดภัยของเว็บไซต์จำนวนมากขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน เช่น เลือกรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและจำกัดการเข้าถึงเว็บไซต์ WordPress ของคุณ จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่เว็บไซต์ได้

3. จัดการการอัปเดต WordPress

การตรวจสอบให้แน่ใจว่าซอฟต์แวร์ของเว็บไซต์ของคุณมีความทันสมัยและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยผ่านการอัปเดต WordPress รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์แก้ไข Bug และความผิดพลาดการใช้งาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ WordPress.com จะถูกนำไปใช้กับเว็บไซต์ของคุณโดยอัตโนมัติ

คุณจะได้รับประโยชน์จากการปรับปรุงและความปลอดภัยล่าสุดอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม โปรดจำไว้ว่า หากคุณอยู่ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (หรือบัญชีใด ๆ ที่เปิดใช้งานปลั๊กอิน) ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ปลั๊กอินของคุณยังคงอัปเดตอยู่หรือไม่ขณะที่คุณกำลังใช้งานเว็บไซต์

4. Jetpack รวมตามค่าเริ่มต้น

Jetpack เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่มีโมเดลสำหรับฟังก์ชั่นต่างๆ มากมาย ตั้งแต่การสำรองข้อมูลและการป้องกันสแปมไปจนถึงการโหลดภาพ บล็อกเพิ่มเติม และแบบฟอร์มการติดต่อ โดยมาพร้อมกับตัวช่วยปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพ

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกเว็บไซต์ใน WordPress.com ถึงเข้าถึงฟังก์ชั่นดังต่อไปนี้ :

  • การติดตามกิจกรรมของไซต์เพื่อให้คุณรู้ว่าใครทำอะไรในเว็บไซต์ของคุณ
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์ผ่าน Site Accelerator , การโหลดภาพ และวิดีโอโฆษณาฟรีบน WordPress.com
  • ตัวกรองสแปมสำหรับส่วนแสดงความคิดเห็นของคุณผ่านทาง Akismet ซึ่งเป็นปลั๊กอินเป็นส่วนเสริมป้องกันสแปมที่ใช้โดยเว็บไซต์หลายล้านเว็บไซต์
  • การป้องกันการเข้าสู่ระบบแบบแรงโหดและการตรวจสอบเวลาหยุดทำงาน
  • การแชร์เนื้อหาอัตโนมัติไปยังโปรไฟล์สื่อสังคมออนไลน์

ในแผนการชำระเงิน คุณจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจาก:

  • สำรองข้อมูลอัตโนมัติและกู้คืนผ่าน VaultPress
  • เครื่องมือ Jetpack SEO ที่ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคำอธิบาย Meta Descriptions ไปยังหน้าของคุณ, ปรับแต่งโครงสร้างหัวเรื่องเนื้อหาของคุณ, และสร้างการแสดงตัวอย่างสำหรับการแชร์สื่อสังคมออนไลน์

5. แก้ไขเนื้อหาอัตโนมัติ

WordPress.com จะบันทึกเนื้อหาของคุณโดยอัตโนมัติในขณะที่คุณกำลังสร้างเนื้อหาเพื่อไม่ให้สูญหาย แม้ว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณจะหายไประหว่างกลางทาง เราสามารถบันทึกเนื้อหาตัวแก้ไขในเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อให้คุณสามารถได้รับมันกลับมาเมื่อคุณต้องโหลดใหม่

นอกจากนี้ WordPress.com จะทำการแก้ไขข้อมูลออนไลน์เมื่อใดก็ตามที่คุณบันทึกหรืออัปเดตหน้าหรือโพสต์ด้วยตนเอง และเก็บ 25 หน้าสุดท้ายไว้ด้วย

6. โดเมนฟรีในแผนประจำปี

WordPress.com ไม่เพียงช่วยให้คุณค้นหาและซื้อโดเมน ด้วยแผนแพ็คเกตรายปีใดๆ ก็ตาม คุณยังสามารถสร้างโดเมนเนมได้ฟรี และนอกจากนี้คุณยังจัดการเว็บไซต์โดนเมนได้จากแดชบอร์ดโดเมนและได้รับการป้องกันความเป็นส่วนตัว ได้รับใบรับรอง SSL และฟีเจอร์คุณสมบัติ DNS ขั้นสูงที่รวมอยู่ด้วย

7. มีพื้นที่เก็บของมากมาย

บัญชีฟรีบน WordPress.com มีพื้นที่ 1GB สำหรับเว็บไซต์และไฟล์สื่อของคุณ ในแผนส่วนตัว คุณจะได้รับ 6GB และ 13GB บนแพคเก็ตพรีเมียม และ 200GB บนแผนธุรกิจและอีคอมเมิร์ซ นอกจากนี้ ในแพคเก็ตแบบฟรี คุณสามารถอัพโหลดไฟล์รูปภาพได้เท่านั้น ในขณะที่แพคเก็ตขั้นสูงกว่า คุณสามารถอัพโหลดไฟล์เสียงและไฟล์ zip ได้ เหมาะสำหรับลูกค้าพรีเมี่ยมธุรกิจและอีคอมเมิร์ซที่ต้องการอัปโหลดวิดีโอเพิ่มเติม

8. ความสามารถในการใช้ชุดตกแต่งและปลั๊กอิน

ธีมและปลั๊กอินเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ WordPress ช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการออกแบบเว็บไซต์ของคุณทั้งหมดด้วยการคลิกที่ปุ่มและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเว็บไซต์และเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ ที่คุณต้องการ

สำหรับการใช้งานฟรีและแบบส่วนตัว คุณสามารถเข้าถึงธีมฟรี WordPress.com ได้หลาย 10 แบบ หากเป็นแบบพรีเมี่ยม คุณสามารถใช้การออกแบบพรีเมี่ยมได้ ในฐานะลูกค้าธุรกิจหรืออีคอมเมิร์ซ โดยคุณสามารถอัปโหลดธีมของบุคคลที่สามของคุณเองและติดตั้งปลั๊กอินบนเว็บไซต์ WordPress.com ได้เอง

ไม่ใช่ทุกปลั๊กอินที่มีอยู่ในระบบการจัดเก็บของ WordPress (Directory) บน WordPress.com นะ นั่นเป็นเพราะว่า  สิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับ WordPress.com ตัวอย่างเช่น ใน WordPress.com เรามีระบบแคชของเราเอง ด้วยเหตุนี้ การติดตั้งปลั๊กอินแคชอื่น ๆ จะไม่ทำให้ไซต์ของคุณเร็วขึ้นและอาจก่อให้เกิดปัญหาได้

นอกจากนั้น ปลั๊กอินเสริมอื่นๆ ยังถูกห้ามใช้ เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่าโปรแกรมเหล่านี้ทำให้เกิดข้อผิดพลาดภายในสภาพแวดล้อมของ WordPress.com ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเราต้องการหลีกเลี่ยง

9. ผู้พัฒนาเครื่องมือที่ปลายนิ้วของคุณ

แทนที่จะใช้การเชื่อมต่อของ WP Admin ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะชอบดูแลไซต์ของพวกเขาผ่านเครื่องมือคำสั่ง

หากคุณรู้จักวิธีการอื่นๆ จะทำให้การทำงานกับไซต์ของคุณเร็วขึ้นมาก เช่น เพราะคุณสามารถทำงานหลายงานพร้อมกัน อย่างติดตั้งปลั๊กอินหลายตัวในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้ทั้งกระบวนการพัฒนาและการบำรุงรักษาและการจัดการประจำวันมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น

เพื่อรองรับสิ่งนั้น WordPress.com รองรับทั้งการเชื่อมต่อกับไซต์ของคุณผ่าน SSH และการเข้าถึง WP-CLI  จะช่วยให้คุณตั้งค่าข้อมูลประจำตัวของคุณและจัดการเนื้อหา ผู้ใช้ ธีม ปลั๊กอิน การตั้งค่าไซต์ต่างๆ ได้ง่ายดายขึ้น

10. เข้าถึงเครือข่าย WordAds Network

ผู้ใช้บนแผนระดับพรีเมี่ยม อย่างธุรกิจและอีคอมเมิร์ซสามารถเข้าถึงเครือข่าย WordAds ของเรา วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถลงโฆษณาบนเว็บไซต์ของคุณและสร้างรายได้จากการคลิกและยอด Impressions  รายได้เหล่านี้มาจากเครือข่ายโฆษณาภายนอก เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก  เป็นต้น คุณสามารถเปิดใช้งานสิ่งนี้ได้อย่างง่ายดายจากเมนูเครื่องมือใน WP Admin รวมทั้งกำหนดค่าตำแหน่งโฆษณาและการมองเห็น

รายได้ปรากฏในแดชบอร์ดและจะถูกโอนไปยังบัญชี PayPal ของคุณโดยอัตโนมัติ

วิธีเริ่มต้นด้วย WordPress.com

ถ้าคุณคิดว่า WordPress.com เป็นผู้ให้บริการโฮสติ้งที่ถูกต้องสำหรับคุณ การเริ่มต้นเป็นเรื่องง่ายมาก ขั้นตอนแรกคือการตรวจสอบแผนการของเราซึ่งเหมาะกับคุณที่สุด

เรามีข้อเสนอที่แตกต่างกันสำหรับความต้องการและงบประมาณแต่ละแบบ คุณสามารถเริ่มต้นด้วยแผนฟรีแล้วค่อยอัพเกรดแผนอื่นๆต่อไปได้ หากคุณต้องการ WordPress รูปแบบใหม่ๆ WordPress มีเนื้อหาการศึกษาแบบทีละขั้นตอนมากมายที่จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องการทำเว็บไซต์ WordPress มีเว็บอินเนอร์ หลักสูตรออนไลน์ บทความ คู่มือสนับสนุน และแม้แต่บอร์ดสนับสนุน เพื่ออธิบายทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จและตอบคำถามของคุณทั้งหมด

สุดท้าย หากคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ WordPress อยู่แล้ว การย้ายไปยัง WordPress.com นั้นง่ายมาก เรามีกระบวนการอัตโนมัติส่วนใหญ่ที่จะช่วยให้คุณทำเช่นนั้น สิ่งที่คุณต้องทำคือติดตั้งและเปิดใช้งาน Jetpack ทั้งบนเว็บไซต์เก่าและเว็บไซต์ใหม่ของคุณ และกำหนดค่าการตั้งค่าบางอย่าง ส่วนที่เหลือเกิดขึ้นเอง

เราหวังว่าคุณจะเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการจัดการโฮสติ้งของ WordPress และความแตกต่างของโฮสติ้งประเภทอื่น ๆ รวมถึงประโยชน์ของการใช้โฮสติ้งบน WordPress.com เพื่อให้คุณสามารถเลือกโฮสติ้งที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ธุรกิจได้เอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *